หน้าตาของหนังสือ หาครั้งและปีที่พิมพ์ไม่เจอ!

 

 

เชื่อว่าหลายๆคนที่เตรียมเอทรานซ์ คงมีหนังสือเล่มนี้ไว้ในครอบครัว

หรือไม่ก็เคยเดินผ่านแล้วเห็นหนังสือเล่มนี้ขึ้น "BEST SELLER" ตามร้านหนังสือชื่อดัง

เรามาเจาะลึกกันดีกว่า ว่าหนังสือเล่มนี้ จริงๆแล้วคู่ควรกับการเป็นเจ้าของหรือไม่

อรรถประโยชน์กับเงิน 239 บาทที่เสียไปคุ้มกันหรือไม่ มาดูกัน

 

ประเด็นแรกเลยที่อยากจะเขียน คือ หนังสือรวมข้อสอบไม่ได้มีหลายสำนักพิมพ์ในประเทศที่พิมพ์ขาย

ดังนั้นก็จะมีอยู่ไม่กี่สนพ. ตัวเลือกของเด็กนักเรียนก็จะน้อยลง น้อยลง ไปทุกที

ยิ่งสนพ.นี้มีจุดเด่นพิเศษที่ "จำนวนของข้อสอบ ที่เมื่อเทียบกับราคาแล้ว คุ้ม" 

แถมยังมีการเชิญ รศ. หรือ ดร. (ขอใช้คำว่า เอาชื่อมาแปะเรียกเรตติ้ง) อีกด้วย

 

ดังนั้น "หนังสือเล่มนี้จึงดูเป็นหนังสือที่คุ้ม และ เชื่อถือได้ขึ้นมาในทันที"

 

จริงๆแล้วตอนเอนท์ (ก็ตอนนี้แหละ)  เราอ่านหนังสือเยอะมาก  เมือก่อนมี AX22 ของ ENCONCEPT แต่น้ำดันมาท่วมหายไปแล้ว

ก็เลย เอาวะ 15 พ.ศ.นี่ก็ได้ ทางเลือกฉันไม่ได้มีมาก ทั้งๆที่ได้ยินคำร่ำลือว่า "เฉลยหยำฉ่า" มานักต่อนัก

 

เฉลยผิด อันนี้พอเข้าใจว่า "สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง" แต่  การเฉลยผิด  กับ การหอลกลวงมันต่างกัน

 

หนังสือเล่มนี้ มีชื่อ รศ.ทณุ คนเดียว แต่ทำม๊ายยยทำไม ดิชั้นถึงรู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้ "เหมือนจะร่วมกันเฉลยหลายคน"

เราจึงกวาดสายตาหาคำว่า "รศ.ทณุ และ คณะ"  แต่ก็มีชื่อ ทณุ คนเดียว เอ๊ะ ยังไง

 

จริงๆหนังสือเล่มนี้ผิดเยอะมาก ทั้งพิมพ์ผิด พิมพ์ตก จุดสองจุดนี่ไม่ได้เท่าไหร่ เท่าที่นับๆดู เป็นสิบๆ

แต่เราจะเลือกมาเฉพาะอันที่ "หยำฉ่า" จริงๆ

 

 

ตายละหว่าาาาา  I'm being bitten!!!!

 

 

เป็นประโยคที่แปลออกมาแล้ว "โคตรไทย" โหวววววว จะไทยไปไหน "ฉันกำลังถูกรองเท้ากัดอยู่"

เด็กๆตาดำๆที่ซื้อหนังสือเล่มนี้มาทำ เดี๋ยวก่อนๆๆ ช้าก่อน ถ้าคุณเป็นคนฉลาด แล้วกำลังบอกดิฉันว่า "คนอื่นเค้าก็ไม่ได้โง่นะ เค้าก็รู้เหมือนกันแหละว่ามันเฉลยผิด"

นี่ อย่าอนุมานจากตัวเองแล้วไปเหมารวมคนส่วนใหญ่นะจ๊ะ คนซื้อหนังสือเล่มนี้ซักร้อยคน เค้าไม่ตรัสรู้ได้เองทุกคนหรอก แล้วยิ่งเด็กไทย อ่านเยอะ รู้เยอะ อยู่ด้วย

ทำไมหนังสือเล่มนี้ต้องทำร้ายกันขนาดนี้!!!!!!!

 

มาดู "ความเป็นจริง" เราไปหามาให้แล้ว จริงๆแล้วไอการเชื่อกี่ประการไม่รู้ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ นั่นน่ะถูกสุดๆเลย "อย่าเชื่อเพราเป็นครู"

แต่หนังสือเล่มนี้ดันเอาชื่อ รศ.มาแปะหน้าไว้ขนาดนั้น เด็กที่ไหนมันจะไป "เอะใจ" คะ? (นอกจากเด็กขวางโลกแบบชั้น)

 

 

 

 

ดูจากข้อความนี้ก็น่าจะเดาได้ว่า หนูคนนี้โดนรองเท้าผ้าใบกัดตอนเล่นวอลเล่ เพราะตอนที่เค้าใส่รองเท้าแตะ (ซึ่งไม่มีส้น) เท้าก็ยังไม่เป็นอะไร

จาก Meaning in context หรือ ศัพท์จากบริบทตัวนี้ สรุปได้แล้วใช่มั้ยคะ ว่า My feet are killing me แปลว่า โดนรองเท้ากัด!!! I'm being bitten แบบนี้มันพวกแมลงสัตว์กัดต่อยมากกว่ามั้ย หรือไม่ก้หมากัดน่ะ?

 

ต่อๆ

มากันที่สำนวน TURN OVER

 

 

เพื่อนๆ น้องๆ ตอบอะไรกันคะ? อ้ะ ให้เวลาลองเลือกดู มาๆๆ ถึงเวลาเฉลยแล้วววว

 

 

เห้ยยยยยย   TURN OVER แปลว่า พลิกกลับช่อง คุณพระ คุณพระ คุณพระ แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

เราก็ว่าข้อนี้อาจจะตอบได้สองข้อนะ แต่ไอ พลิกกลับช่อง มันคือ???????????????????? WTFFFFF?????????

มาดูความจริงกัน

 

 

เอ๊ะ หรือคนเฉลยจะไปศึกษาต่อที่ อเมริกา เลยภาษาไทย และ British English ถึงป่วย

 

เฉลยผิด หมดแล้วนะคะ ทีนี้เรามาดูประเด็น "หรือหนังสือเล่มนี้จะเฉลยหลายคน และไม่ได้ใช้ รศ. เฉลย!!!!!!!!!!!!! "

 

มาดูความมั่วววววววว ชุ่ยยยย โอ๊ย ไม่รู้จะใช้คำไหน รู้สึกแค่ว่า โดนหลอกเสียเงินมาก 239 บาทมันชั่งไม่คุ้มกับอรรถประโยชน์ที่ดิชั้นคาดหวังไว้ (นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องค่าเสียโอกาส เงิน 239 บาทชั้นเอาไปกินชาบูวววดีกว่ามั้ย?)

 

 

นี่คือข้อสอบ ปี 47 และเฉลย

 

 

 

เฉลยข้อ 3 โดยให้เหตุผลว่า ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่เกี่ยวไรกับบทความเล๊ยยยยยยยยยยยยยยย

 

ทีนี้แจ๊กพ้อตอยู่ที่ ปี 48 ดันมีข้อสอบซ้ำค่ะ!!!!!!!! แต่เฉลยคนละข้อ ให้เหตุผลคนละแบบ ราวกับมิใช่คนเดียวกันเลยทีเดียว

(เอ๊ะ หรือจะเช้าข่าย มุนิน กับ มุตตา)  งั้นชั้นคงเป็นรัชนก ที่มาแฉแบบนี้ 555555 ช่างอุทิศตนซะเหลือเกินนะคะ

 

ข้อสอบปี 48 และ เฉลย

 

 

 

 

 

นี่วงการการศึกษาไทย จะก้าวหน้าไปพร้อมๆกับ พ.ศ.พัฒนา จริงๆเหรอคะ - -*

อย่าทำร้ายกันแบบนี้เลย สงสารเด็กที่เค้าเอามานั่งกา เพราะหวังพึ่งหนังสือเล่มนี้

 

จริงๆแล้วหนังสือเล่มนี้ก็มีข้อดีเยอะนะคะ แต่เราไม่ได้กำลังเขียน pros and cons ของหนังสือเล่มนี้อยู่แต่เรากำลัง "ยำ" เละ

งั้นจะพูดซักหน่อย ข้อดีของหนังสือเล่มนี้คือ เป็นการฝึกข้อสอบ ERROR ไปในตัว คือหาจุดผิด หาข้อผิด ของข้อสอบและเฉลย ไง ก๊ากกกกกๆๆๆๆๆๆ

 

55555 ล้อเล่น จริงๆแล้ว หนังสือเล่มนี้ดีตรงที่จำนวนข้อสอบเยอะ และได้รู้แนวข้อสอบ แล้วก็มีบัญชีรวมศัพท์ด้วยอ่ะนะ

 

อืมมมมมม ได้เห็นกันคร่าวๆของความชุ่ย กันไปแล้ว แต่ยังไงหนังสือเล่มนี้ก็คงจะยัง "ขายดิบขายดี" ด้วยความเป็น กึ่งผูกขาด ผู้พิมพ์ขายน้อยราย นั่นเอง

 

หนังสือของคนอื่นก็มีผิด แต่จะมีแก้ และขอโทษ ในฉบับถัดไปเสมอ แต่นี่อะไร?????? ปีที่พิมพ์ก็ไม่เขียน ครั้งที่พิมพ์ก็ไม่ระบุ หรือกะเอาใครไม่รู้มาเฉลยครั้งเดียวหากินยันลูกโต?????????? เห้อออออ อยากจะเขวี้ยงทิ้ง แต่ก็ทำจบเล่มและ 555 บาย

 

สุขสันต์วันปีใหม่

จบด้วยความสะเพร่าเล็กๆน้อยๆที่หาได้ทั่วไปในหนังสือเล่มนี้

 

 

ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ : อนุสรณ์ ติปยานนท์

 

เราอ่านหนังสือมามาก หนังสือที่อ่าน บ้างก็นิยาย บ้างก็ปรัชญา
ขึ้นอยู่กับว่า ในภาวะอารมณ์ช่วงนั้น ชีวิตเราเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับอะไร
อารมณ์ของเรา เมื่อมีหนังสือในแนวไหนมาเสริม เราจึงจะเข้าถึงในอารมณ์นั้น ๆ มากขึ้น

วันหนึ่งประมาณเที่ยงคืน เป็นปกติแล้วสินะ ที่เด็กนักเรียนชั้นม.5 คนหนึ่ง
ยังวุ่นอยู่กับการท่องอินเตอร์เน็ต ซึ่งดูจะไม่เกิดประโยชน์เท่าไหร่กับชีวิตนักเรียนมัธยมปลายใกล้เข้ามหาลัย
แต่ในคืนหนึ่ง ทำให้เราได้พบหนังสือเล่มหนึ่
แค่ชื่อเรื่อง ก็กระตุ้นความอยากรู้ของเราว่า อะไรนะ คือ "ความลับในรอยจูบ"
แล้วเกี่ยวอะไรกับลอนดอน

เราจะขอวิจารณ์หนังสือเล่มนี้ ตามประสาคนปกติทั่วไป ไม่ได้มีวิชาการวิจารณ์อะไร
หลักการก็แค่
1. สมเหตุสมผล
2. มีภาษาที่สละสลวย
3. มีจุดโดดเด่นจากหนังสือเล่มอื่น
4. มีเค้าโครงเรื่องที่น่าสนใจ หักมุม หรือ อะไรที่ ผู้อ่านนึกไม่ถึง ทำให้เรารู้ว่า "เออ มันคิดแบบนี้ก็ได้นะ" "เออมันก็มีแบบนี้อยู่ด้วยนะ"

หนังสือเล่มนี้ มีครบทั้ง 4 ข้อที่เราบอกมา

จะเริ่มจากข้อ 1
แน่นอน นี่ไม่ใช่นิยายแฟนตาซี หรือนิยายน้ำเน่าอะไร ที่คือ นิยายที่กลั่นมาจาก ประสบการณ์จริง
ด้วยความที่เกิดจากประสบการณ์จริง แน่นอน ภายใต้ตัวอักษรเหล่านั้น ย่อมเต็มไปด้วย อารมณ์ ความรู้สึกของผู้เขียน
เราจึงชื่นชมนักเขียนคนนี้เป็นอย่างมาก ที่เค้าสามารถทำให้เรารับรู้ในสิ่งที่เค้ารู้สึก
ราวกับว่า เราเป็นผู้ประสบเหตุการณ์นี้เอง

ข้อ 2
เราชอบการเปรียบเปรยของหนังสือเล่มนี้
อย่างเช่น ในตอนหนึ่งของหนังสือ ต้องขอโทษอย่างมาก ที่จำไม่ได้ว่าบทไหนเพราะตอนนี้หนังสือได้ให้เพื่อนสนิทที่รักที่สุดยืมไปแล้ว แน่นอนล่ะ ถ้าเรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ดี เราก็อยากจะแบ่งปัน สิ่งดีๆ ให้คนที่เรารักอยู่แล้ว

เนื้อหาบางส่วนจากในหนังสือ ขออภัยที่ไม่ได้ตรงตามหนังสือ เป๊ะ ๆ แต่ประมาณว่า
"เปรียบความรัก เหมือนบ่อน้ำบ่อหนึ่ง ที่ผู้คนต่างใช้ความพยายามอย่างสูงสุด กระโจน ลงไปดื่มกินมัน อย่างกระหาย แล้วน้ำบ่อนั้นก็หมดไป ผู้คนก็ทิ้งมันไว้ ถอยตัวเองออกมา และหาบ่อถัดไป พวกเขามัวแต่ดื่มกินมัน แต่ไม่รู้จักเติมน้ำกลับไปสู่บ่อ เพื่อให้ยังมีน้ำให้ดื่ม"

และยังมีเนื้อหาอีกหลายตอน ที่เราชอบมากๆ จุดเด่นของนักเขียนคนนี้ คือการอุปมาอุปมัย เปรียบเทียบ เลยล่ะ
และยังมีการเปรียบความรัก เปรียบการร่วมรัก เหมือนการปรุงอาหาร โอ้วพระเจ้า แล้วมันก็มารวมกันได้อย่างลงตัวเหมือนอาหารจารหนึ่งที่มีครบทุกรส (เราชักจะติดการเปรียบเทียบมาจากหนังสือเล่มนี้ซะแล้ว 555)

ข้อ 3 มีจุดโดดเด่นจากหนังสือเล่มอื่น
ความโดดเด่นของหนังสือเล่มนี้(อีกประการหนึ่งและจะมีอีกหลายประการตามมา) ก็คือ การเล่าเรื่องผ่านการเดินทาง ผู้เขียนได้เดินทางไปในประเทศต่างๆ เกือบทุกมุมโลก (หรือทุกมุมโลกแล้วอันนี้เราก็ไม่อาจทราบได้ แต่ถ้าเจอตัวจริงคงไม่ถามเรื่องนี้ คงกระโดดหอมแก้ม เพราะดูท่าจะเป็นผู้ชายโรแมนติก กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก) เหตุการณ์ทีเกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ มีเหตุผลรองรับของมัน เหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้นจากวัฒนธรรม โอ๊ย ยิ่งบรรยายข้อนี้ ยิ่งเวิ่นเว้อ เราว่า ทุกคนควรไปหาอ่านจะดีกว่า 555555555555
ถ้ามองหนังสือเล่มนี้ให้เป็นสี ๆ หนึ่ง เรามองว่า เล่มนี้เป็นสีฟ้าเข้มหม่น มันให้อารมณ์แบบนั้นจริงๆนะ
หรืออารมณ์ที่เรียกว่า blue นั่นเอง แต่ปกกลับเป็นสีชมพูซะงั้น ไม่อ้ะในความคิดเรามันเป็นสีที่ว่าไป

ข้อ 4 เค้าโครงเรื่อง
หนังสือเล่มนี้ได้มีการจัดเนื้อหาไว้เป็นบท ๆ ซึ่งเราว่า ผู้เขียนมีการเรียงลำดับเหตุการณ์ได้ดีมาก ถ้าเกิดว่าผู้เขียนสลับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง หนังสือเล่มนี้จะไม่ทำให้เรารู้สึก "อิ่ม" แบบนี้เลย
เนื้อเรื่องมีความสนุกน่าติดตาม ยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นถึงความฉลาดมีไหวพริบของผู้เขียน มีทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์ อาหาร ภูมิประเทศ และวัฒนธรรม

สิ่งที่จะพิมพ์ต่อไปนี้ สามารถจัดอยู่ในข้อ 3 และ ข้อ 4 ได้
นั่นก็คือ ผู้เขียนนำการจากลา มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราว ในหนังสือเล่มนี้ แสดงถึง การจากลาในหลาย ๆ รูปแบบ
แต่ละรูปแบบ มีเหตุการณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่จุดจบเดียวกันก็คือ "การจากลาและคงไว้ซึ่งความทรงจำ"
นี้เป็นทั้งจุดเด่นของเรื่อง และเค้าโครงของเรื่อง

ซึ่งอาจจะสรุปได้ว่า ข้อ 1,2,4 คือ จุดเด่นของเรื่องนี้ทั้งหมดนั้นเอง

งง อ้ะดิ 55555555555 พิมพ์เองยัง งง เองเลยค่ะ ต้องขออภัย มึนๆนิดนึง



เรื่องนี้ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของ "เวลา" เพราะสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ คือ "ฆ่าเวลา" ทิ้งมันไปซะเล่นๆ อย่างก่ะมันย้อนกลับไปได้ อีกอย่างที่มาคู่กับเวลาคือ "การลาจาก" เพราะไม่มีอะไรอยู่กับเราไปได้ ตลอด"เวลา"
อันที่จริงเราก็ปลงในข้อนี้มาแล้ว แต่จะให้ปลงตกเสียเลย ก็คงจะไม่มีแรงขับเคลื่อนในการทำอะไร
เราว่า ชีวิตเราเพิ่งเริ่มต้นด้วยซ้ำ เราเห็นจุดจบของมันอยู่เสมอ แต่เราก็ไม่ไปจมอยู่กับจุดจมนั้น แต่ยิ่งทำให้เรา เก็บเกี่ยวอะไรๆระหว่างทาง ที่เราเดินไปหาจุดจบนั้น มากกว่า

บางที จุดจบ มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างก็ได้

ไปทำการบ้านแล้วนะคะ หนังสือเล่มนี้ รวิสรา ให้ 10/10 ค่ะ
ปล. เรายังคงไม่เข้าใจ "ความลับในรอยจูบ"

สมาชิกที่ไปในวันนี้ : แมม ปิ่น โอห์ม ปิ๊ก โกะ มายด์ มอส

และแล้วการรอคอยก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อเราสนองความอยากไปเรียบร้อยแล้วในวันนี้

ณ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 13

เดินสบายๆ คนไม่เยอะมาก

งานนี้คงเป็นเหมือนแดนสวรรค์สำหรับคนที่รักหนังสือและรักการอ่านที

แต่ต้องขออภัยอย่างรุนแรง ที่ข้าพเจ้ามิได้ถ่ายภาพบรรยากาศในงานมาฝากเลย

แบกหนังสือมาหนักๆ ไหนดูซิ ได้อะไรมาบ้าง

  Photobucket

 1. ทวิภพ : ทมยันตี

เรื่องนี้ซื้อเก็บค่ะ ตอนแรกยืมห้องสมุดโรงเรียนอ่านเอา

 เป็นนิยายเรื่องแรกของคุณป้าอี๊ดที่ได้อ่านค่ะ

  Photobucket

2. ปริศนา : ว.ณประมวญมารค

จะโดนต่อว่าไหมเนี่ย ถ้าจะบอกว่า

ที่ซื้อเพราะ พี่ติ๊ก เจษฯ  ฮ่าๆ ก็แค่เหตุผลหนึ่งค่ะ

เหตุผลหลักๆที่ซื้อก็คือ อยากอ่านนิยายที่ย้อนยุกน่ะค่ะ

เพราะเหมือนเราได้สัมผัสบรรยากาศเก่าๆ ที่เราไม่มีโอกาสได้สัมผัสค่ะ (เกิดไม่ทัน ฮ่าๆ ขอแอ๊บเด็กไว้ก่อน)

*อิชั้นแค้นมาก ที่ซื้อเรื่องนี้มา "ในราคาเต็ม"   โถ่ ริ๊กกี้ รูบิโอ้ ช่วยแมมด้วย

(อันที่จริงทางนานมีบุ๊คมีโปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 3 น่ะค่ะ คือจะคิดเงินแค่ 2 เล่มแรกที่ราคาสูงสุด

หนังสือที่กองๆส่วนใหญ่จะเป็นของ ว.ณประมวญมารค ซึ่งพี่คนขายเค้าบอกว่า

ใกล้หมดลิขสิทธิ์กับสนพ.แล้ว จึงต้องขายให้หมด และไม่ได้เอาอีก 2 เรื่องที่อยู่ในชุดเดียวกันมาด้วยค่ะ

ก็คือ สนพ. เค้าไม่พิมพ์ซ้ำแล้ว)

3. เจ้าสาวของอานนท์ : ว.ณประมวญมารค

ซื้อมาในราคาเพียง 40 บาทเท่านั้นค่ะ จาก สนพ.บรรณกิจ

"อ้าว แล้วทำไมไม่ซื้อให้ครบชุดล่ะ?"

เพราะว่า ยังหาเรื่องรัตนาวดี ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายไม่ได้ค่ะ เบ๊อะจริงๆ

ก็คือเล่มแรกเป็นเรื่องของปริศนา กับ ท่านชายพจน์

เรื่องที่สอง เป็นเรื่องของอานนท์ เพื่อนรักของปริศนา

และเรื่องสุดท้ายคือเรื่อง รัตนาวดี เป็นเรื่องของน้องสาวท่านชายพจน์ค่ะ

(พูดถึงสนพ.บรรณกิจ ประทับใจคนขายจังค่ะ เหมือนกับ ความรักหนังสือในตัวของเค้า

มันเปล่งประกายออกมา แถมยังมาให้ความรู้ และคำแนะนำเกี่ยวกับหนังสือตั้งมากมาย ขอบคุณมากค่ะ)

  Photobucket

 4. หลงเงา : ว.วินิจฉัยกุล

หน้าปกสวยมากค่ะ ชอบงานเขียนของอาจารย์มากค่ะ

แต่เนื่องจากเป็นเราเป็นนักอ่านรุ่นหลัง จึงเพิ่งเริ่มตามอ่านค่ะ

5. วิมานมะพร้าว : แก้วเก้า

ได้ยินคำร่ำลือมา ว่าฮามาก เป็นเรื่องราวของผีขี้เหงา

และหญิงสาวที่ไม่กลัวผี แถมคุยกันเป็นตุเป็นตะอีกแน่ะ พอรู้เรื่องคร่าวๆมา ก็อยากอ่านแล้วค่ะ

6. มณีร้าว : ว.วินิจฉัยกุล

อ่านจากปกหลัง จึงอยากทราบว่า นางเอกจะทำอย่างไร จึงซื้อมาอ่านค่ะ

 

7. ผู้ใหญ่ลีกับนางมาก : กาญจนา  นาคนันทน์

หามานานแล้วค่ะเรื่องนี้ ไปเจอที่ สนพ.บรรณกิจค่ะ ราคาปก 350 บาท

ลดเหลือประมาณ 260 บาทมั๊งคะ ขออภัยจริงๆจำราคาและเปอร์เซ็นที่เค้าลดไม่ได้

เคยเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาด้วย (ทำไมรุ่นเราไม่เห็นมีบ้าง )

8. ฤทธีราชินีสาว : ว.ณประมวญมารค

เรื่องนี้หยิบมา เพราะจะเอาโปรโมชั่นซื้อ 2 แถม 3 น่ะค่ะ

เป็นเรื่องเกี่ยวกับ พระแม่แมรี่ ทิวดอร์ แห่งราชวงศ์อังกฤษ เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ค่ะ

 

Photobucket

9. ปุลากง : โสภาค  สุวรรณ

ว่ากันด้วยเรื่องของหนังสืออ่านนอกเวลา

เท่าที่เราได้ลองไปหาหนังสืออ่านนอกเวลาเก่าๆมา หาด้วยตัวเองค่ะ ไม่มีใครแนะนำ

ซึ่งเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างหนึ่งว่า ถ้าเราไม่มีความอยากรู้อยากเห็น ถึงรากฐานของคนไทย

ก็คงพลาดโอกาสได้อ่านวรรณกรรมดีๆไปแล้ว

ยังคิดเลยว่า ถ้าปัจจุบันนี้ ยังมีหนังสืออ่านนอกเวลาดีๆแบบนี้ ยังมีคนแนะนำอะไรดีๆให้เยาวชนไทย

ก็คงจะดีไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ข้างหลังภาพ ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ปุลากง แวววัน ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด ฯลฯ

ที่เคยเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยก่อน ล้วนแต่ให้ข้อคิด ในการดำเนินชีวิต

ซึ่งไม่มีอยู่ในตำราเรียนเล่มไหน และถ้าเด็กไทย (สมัยนี้) ถูกวางรากฐาน

ด้วยวรรณกรรมประเภทนี้ โตขึ้นมา คงจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

มีแนวคิดแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีนะคะ

แถมยังเป็นการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้เด็กอีกด้วย

ซึ่งในสมัยนี้ ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ กลับเน้นที่วิชาการ หนังสือเรียน ตำราเรียน

และในขณะที่ เด็กไทยฉลาดขึ้นกันทุกวัน มีอัตราการเรียนกวดวิชามากขึ้น

แต่กลับสวนทางกับศีลธรรม และจริยธรรมของเด็ก ที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ

ทำไมผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษา ที่เคยผ่านประสบการณ์การอ่านหนังสือนอกเวลามาแล้ว

ไม่ตระหนักเห็นถึงคุณค่าล่ะคะ?

 

10. แรมพิศวาส : บุตรดี

เรื่องนี้เราไปสอยมาในราคาเพียง...

 50 บาทเท่านั้นค่ะ จากราคาปก 245 บาท

จากบูธของ สนพ. บลูเบลล์ และ และ และ ละ ละละละ เล่มสุดท้ายด้วย

กรี๊ดดดด เล่มสุดท้ายได้แฟนเป็นพี่สุดหล่อคนนั้น เพี้ยง!!!

 

11. 11 นาที (Eleven Minutes) : Paulo Coelho

เป็นเรื่องราวชีวิตของโสเภณีชาวบราซิลค่ะ ที่เลือกเรื่องนี้เพราะว่า

ชื่อเรื่องน่าสนใจ ซึ่งได้มาทราบภายหลังว่า ชื่อเรื่องมันหมายถึง ********* อิอิอิอิอิ

Photobucket

 

12. เพลิงอารมณ์ : จางม่านเจวียน

อยู่ในโปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 3 ค่ะ

คำโปรยจากหน้าปก

บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตคู่

จิตเเพทย์หนุ่ม

เเละ

นักวาดการ์ตูนสาว

จนทำให้เธอต้องหนีจากเขาไป

ฉับพลัน ไม่มีการล่ำลา

เพราะอไร...

  Photobucket

13. แวววัน : โบตั๋น

เรื่องนี้ก็เคยเป็นหนังสือนอกเวลาอีกแล้ว

14. อเวจีสีชมพู : โบตั๋น

ชอบพระเอกเลี้ยงต้อย ไม่ผิดใช่มั้ยคะ? 555555555+

 

วันนี้หมดค่าเสียหายไป 2,500 บาทค่ะ เท่าปีที่แล้วเลย เย้ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 14 Oct 2008 00:49:48 by Rawisara

edit @ 14 Oct 2008 00:52:53 by Rawisara